Lingual

ชมา

posted on 27 Jun 2007 00:04 by devata  in Lingual, Rural

มีใครรู้บ้างว่า ชมา แปลว่าอะไร

เขาว่า บางอย่างเมื่อรู้แล้วอาจไม่ทำให้ฉลาดขึ้น (หรือถ้าจะฉลาดขึ้น ก็คงฉลาดได้ไม่มาก) แต่อย่างน้อยๆ มันก็ไม่ทำให้ใครโง่ลง

ชมา เป็นคำเขมร แปลว่า แมว แต่ชาวเขมรที่เรียกแมวว่า ชมา ยังมีอยู่ในประเทศไทยหรือเปล่า อันนี้ผมไม่รู้ รู้แต่เพียงว่า ชาวเขมรแถวบ้านผมเรียกแมว ว่า 'เมว' และส่วนใหญ่แล้วคงไม่รู้ว่า ชมา แปลว่าแมว แต่ ชมา ยังมีใช้ในภาษา

ชมา ปรากฏอยู่ในสำนวน จแกชมา (จะ-) แปลตามตัวได้ว่า หมาแมว สำนวนนี้ใช้พูดเตือนกันถึงวิสัยของสุนัขหรือแมว ทั้งเรื่องการขโมยอาหารการกิน รวมถึงการกัดเป็ดไก่ในไร่ปลายนา ยกตัวอย่างเช่น 'ยกหม้อไปตั้งบนพื้นอย่างนั้น ไม่นึกถึงหมาแมวบ้างเทียวหรือ' เป็นต้น

พอจะมีตัวอย่างให้เห็นอีกคำ ที่ตกอยู่ในชะตากรรมเดียวกันกับ ชมา คำๆนั้นคือ ปเป (ปะ-) แปลว่า แพะ แต่ว่าคำๆนี้กลายเป็นคำเรียกคนโง่เง่าเต่าตุ่นไป ส่วนจะเรียกขาน แพะ จริงๆนั้น คงจะทับศัพท์เอา (ถ้าจะด่าใครเป็นภาษาเขมร มีสองคำให้ใช้แล้ว คือ จแก และ ปเป คนถูกด่าคงงงพิลึก)

คนสุรินทร์ร้อยละ...เอ่อไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70 ก็แล้วกัน (ข้อมูลจากวิกิพีเดียบอกว่า แค่ร้อยละ 60 เท่านั้น : แก้ไข 17/4/2551) ใช้ภาษาเขมรเป็นภาษาพูด มีภาษาไทยเป็นภาษาเขียนและภาษาราชการ อีกไม่ถึงร้อยละ 70 ที่เหลือเป็นคนจีน คนไทยอีสาน ชาวกูย(ชนพื้นเมืองเผ่าหนึ่ง เลี้ยงช้าง) และคนไทยจากจังหวัดอื่นๆ ผมอยู่ในร้อยละ 70 แรก เกิดมาก็พูดภาษาเขมร ภาษาไทยไม่สู้จะแข็งแรงเท่าไหร่ ใช้สำเนียงของเด็กแนว แนวตะเข็บชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง สื่อสารกับคนใช้ภาษาไทยพอได้

คนสุรินทร์ที่ใช้ภาษาเขมร เรียกคนไทยที่ใช้ภาษากลางว่า เซม เรียกคนจีนว่า เจ็น และเรียกคนไทยที่ใช้ภาษาอีสานว่า เลียว เรียกตัวเองว่า ขแมร (จะมีเสียงพยัญชนะท้าย) ภาษาไทยที่คนสุรินทร์พูดจะมีอยู่ด้วยกัน 2 ลักษณะ คือ เป็นภาษาไทยที่คนในเมืองพูดอย่างหนึ่ง กับภาษาที่คนพื้นเมืองพูดอย่างหนึ่ง อย่างแรกไม่มีความแตกต่างเรื่องสำเนียง เพียงแต่มีคำบางคำเป็นเอกลักษณ์ให้รู้ว่านั่นคือคนสุรินทร์พูด อย่างที่สองเป็นภาษาไทยที่คนเขมรพูด ฟังยาก ไม่ค่อยจะมีเสียงดนตรี คือเสียงวรรณยุกต์ มีการแปลภาษาผิดๆ เช่น พูดว่า ฝนตกหนัก เป็น ฝนตกแรง หรือ พูดไม่เป็น เป็น ไม่รู้จักพูด เป็นต้น

ในเรื่องการเรียงไวยากรณ์ ภาษาไทยเรียงไวยากรณ์แบบ ประธาน กริยา กรรม (SVO) แต่ไม่ทั้งหมด ยกตัวอย่างในประโยค ฉันขาหัก พอจะเข้าใจได้ว่า ประโยคนั้นคือ ขาของฉันหัก ประโยคหลัง มีประธานเป็นขา มีกริยาเป็นหัก ซึ่งดูโดยรูปประโยคแล้ว หัก เป็นอกรรมกริยา ในภาษาอังกฤษตรงกับประโยค I break my leg (แต่ในภาษาอังกฤษ break ในประโยคเป็นสกรรมกริยา เขาคงถือว่าขามันหักเองไม่ได้ จะต้องมีอะไรทำให้มันหัก)

ในภาษาเขมรจะมีลักษณ์ของ SVO ที่ยืดหยุ่นน้อยกว่า ฉันขาหัก เรียงไวยากรณ์แบบภาษาอังกฤษ มี หัก ที่ให้ความหมายเป็นสกรรมกริยา แต่ไมต้องมีส่วนขยายของกรรม คือมีแต่เพียง ขา ไม่ต้องระบุว่าเป็นขาของใคร รู้โดยอัตโนมัติว่าเป็นขาของตัวเอง

ถ้าบางท่านจะได้ยินคนพูดว่า รถแตกยาง หรือ เสื้อตกสี คงพอเดาได้ว่าเขามาจากไหน

กรรม!!