Legend of the A – Ranger  

ณ ดินแดนที่เรียกว่า Toxicia เหล่าประชากรในดินแดนนั้นดำรงชีวิตอยู่อย่างสงบสุข แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อเกิดทุกขเภทภัยชนิดที่เรียกว่าทำให้ดินแดนแห่งนั้นใกล้จะล่มสลาย จึงทำให้เจ้าผู้ครองดินแดนต้องเร่งหาทางออก

การประชุมสภาแห่ง Toxicia ก็ได้เริ่มและมีมติว่า จะย้ายประชากรไปอยู่ ณ ดินแดนแห่งใหม่ ที่เรียกว่า Liveria ซึ่งเป็นดินแดนแห่งคำทำนาย ทว่า ดินแดนใหม่แห่งนั้นกลับถูกครอบงำด้วยอำนาจที่ชั่วร้ายนามว่า ลอร์ด Physios  ซึ่งยากแก่การยึดครองของเหล่า Toxician อย่างมาก
 

อำมาตย์ผู้หนึ่ง จึงได้เอ่ยแก่พระราชาว่า  ข้าแต่ท่านราชา ในอดีตตกาล มีตำนานกล่าวขานถึงบุรุษผู้หนึ่ง เป็นชาว Carcinogenia ซึ่งเป็นแคว้นหนึ่งใน Toxicia ท่านผู้นั้น เคยต่อกรกับทหารของลอร์ด Physios  ใน Liveria มาแล้ว” 

พระราชาได้ฟังดังนั้นก็สงสัยและถามกลับไป หมายความว่ายังไง” 

นั่นคือหนทางที่จะพิชิตลิเวอเรียอย่างไรล่ะฝ่าบาท แผนการยึดครองลิเวอเรียได้มีมานานแล้วอำมาตยเอ่ยตอบไปโดยพลัน  

พระราชานั่งลูบคางอยู่สักพัก จึงเอ่ยถามขึ้นอีก นั่นสินะ แต่เขาผู้นั้นคือใครรึ” 

เขาคือ Aldrin the Green” อำมาตย์หยุดไปชั่วขณะ แล้วเขาก็เอ่ยขึ้นอีก อัลดรินเป็นผู้พิทักษ์แห่งหมู่ไม้ แต่เขาก็ได้รับหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่กว่าจากผู้เฒ่าแห่งหมู่บ้านให้ต่อกรกับลอร์ด Physios แต่หน้าที่นั้นเป็นภาระที่ยิ่งใหญ่เกินกำลังที่จะทำได้แต่ผู้เดียว” 

เขาต้องมีผู้ช่วยสินะราชาเอ่ยเดาความคิดของอำมาตย์ ใช่แล้ว ปุโรหิตได้เผยถึง 5 นักรบในตำนาน ทำให้ชาวเรามีความหวังมากขึ้นที่จะยึดครอง Liveria ได้และเขาก็คือหนึ่งในนั้นอำมาตย์หยุดดูท่าทีของพระราชาว่าจะทำอย่างไรต่อ แต่พระราชาก็นิ่งเงียบ เขาจึงเอ่ยต่อ แต่ผู้ถูกเลือกในตำนานนั้น อีก 4 เราไม่รู้จะไปหาที่ใดได้” 

เอาหละราชาเอ่ย หาลู่ทาที่จะรู้ว่าผู้ถูกเลือกคือใคร และส่งคนออกตามหาโดยพลัน” 

ในขณะที่อำมาตย์กำลังจะเดินออกจากที่ประทับของพระราชา ทันใดนั้น เสียงเคาะของไม้เท้าก็ดังขึ้นในท้องพระโรง และร่างแม่มดเฒ่านางหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในมุมมืดของท้องพระโรง 

อ่อนหัดจริงนะ ฟากัส อิ๊อิ๊อิ๊นางเอ่ยขึ้นกับอำมาตย์พร้อมเสียงหัวเราะแหลมเล็กของนาง ทำให้ทั้งอำมาตย์และพระราชาที่อยู่ตรงนั้นถึงกับขนลุกซู่ 

นะ นี่เจ้า อิเนลอำมาตย์ฟากัสเอ่ยอย่างตะกุกตะกักกึ่งไม่พอใจ เจ้าว่าข้าว่าอะไรนะ” 

แต่ไม่ทันที่ทั้งสองจะได้ทะเลาะกัน พระราชาก็ห้ามไว้ เอาหละ พวกเดียวกันทั้งนั้น จะทะเลาะให้ได้อะไรขึ้นมา ไหน อิเนล ถ้าเจ้ามีอะไรที่ต่างไปจากท่านฟากัสก็เล่ามาซิ”  

 แน่นอน ฝ่าบาทนางตอบ ใบหน้าของนางแสยะยิ้มอย่างน่ากลัว นางเอ่ยต่อ เราได้อีก 3 แล้วฝ่าบาท” 

จะ จะ จริงรึพระราชาเอ่ยอย่างดีใจ ความหวังของเราใกล้จะเป็นจริงแล้ว” 

ใช้แล้วเพคะ ฝ่าบาทนางเอ่ย “Alcohol the Red แห่ง Liquoria ดินแดนแห่งภูต ผู้นำแห่งเหล่า A-Ranger จงก้าวออกมา” 

ร่างชายหนุ่มหน้าตาหมดจดในชุดนักรบสีแดงก้าวออกมาจากเงามืด และยังไม่มีถ้อยคำใดๆเอ่ยจากปากของชายหนุ่มผู้นั้น นัยน์ตาสีแดงรุ่งโรจน์และผมสีดำขลับทำให้เขาที่อยู่ในชุดนักรบดูน่าเกรงขามและงามสง่ายิ่งนัก  ความเงียบเข้าครอบงำหลังจากเสียงฝีเท้าที่ก้าวอย่างช้าๆของชายหนุ่มเงียบไป เขาหยุดอยู่ข้างๆแม่มดเฒ่า โค้งคำนับเล็กๆต่อพระราชา สี่คนในที่นั้นต่างไม่มีคำพูดใดๆ มีเพียงสีหน้าที่บอกอารมณ์ของแต่ละคนเท่านั้น หญิงชราแสยะยิ้ม ฟากัสงุนงนและจ้องไปที่ชายหนุ่มลึกลับคนนั้นอย่างไม่ละสายตา พระราชายิ้มที่มุมปากอย่างพอใจ แต่ใบหน้าของตัวชายหนุ่มเองกลับไร้ความสู้สึก 

แปะ แปะ แปะ 

เสียงตบมือของพระราชาดังก้องไปทั่วท้องพระโรง ทำลายความเงียบงัน  ดีมาก ดีมากพระราชาเอ่ย ถ้านี่คือความหวัง มันก็จะใกล้ความจริงเข้าไปทุกทีแล้ว

ดีแต่เสนอหน้า มีน้ำยาจริงรึเปล่าก็ไม่รู้ถ้อยคำเย้ยหยันดังออกมาจากเงามืดของผ้าม่านในท้องพระโรง

แต่ไม่ยังเห็นเจ้าของเสียง ทุกคนในท้องพระโรงต่างก็หันไปหาต้นเสียง มีเพียงชายหนุ่มชุดแดงที่วางท่าไม่กระดิก เพียงตาเท่านั้นที่ทำให้รับรู้ได้ว่าเขาก็ตอบสนองต่อเสียงนั้นเช่นกัน 

ร่างๆหนึ่งค่อยๆเดินออกมา  ภายผ้าคลุมศรีษะสีน้ำตาลเข้มมีใบหน้างดงามราวเทพธิดา ปรากฏแก่สายตาคนทั้งสี่ ดวงตาสีน้ำตาลเป็นประกายผู้ที่กำลังเดินเข้ามาจ้องไปที่พระราชา นอกจากใบหน้าและผมสีน้ำตาลปิดหน้าผากแล้ว ทั้งร่างของเขาก็ถูกปกปิดด้วยผ้าคลุมสีน้ำตาลที่สวมอยู่

เท้าของคนๆนั้นยังสาวก้าวเดินมาเรื่อยๆอย่างช้าๆ ไม่มีเสียงฝีก้าว มีเพียงเสียงผ้าคลุมลากพื้นเบาๆให้ได้ยิน  

เฟลวิสเสียงของยายเฒ่าเอ่ยกับคนๆนั้น 

 ผู้หญิงคนนี้เป็นใครพระราชาเอ่ยถามกับทั้งสามที่อยู่เบื้องหน้า

เขาคือ Aflatoxin the Yellow เพคะ ฝ่าบาทแม่มดเฒ่าเอ่ยตอบออกไป เช่นเดียวกับอัลดริน คนผู้นี้มาจาก Carcinogenia เหมือนกันเพคะ ฝีมือเก่งกาจหาตัวจับยาก

แล้ว เสียงของชายคนที่กล่าวถากถางพ่อหนุ่มชุดแดงนั่นล่ะ อืม คงยังไม่อยากออกมา แต่เท่านี้ก็ครบสามอย่างที่อิเนลว่าแล้วสินะพระราชาคาดเดาเสียงที่ตัวเองได้ยินเมื่อครู่ และเอ่ยออกไปโดยความคิดตัวเอง 

ข้านี่แหละ ไอ้แก่ภายใต้ใบหน้าของหญิงสาว แต่เสียงที่เปล่งออกจากปากกลับกลายเป็นเสียงของชาย แก่แล้วยังโง่อีก” 

นี่เจ้า...บังอาจนัก กล้าเรียกข้าแบบนั้นเชียวรึพระราชาตรัสอย่างขึงขัง

เย็นไว้พะย่ะค่ะ ผ่าบาท...ฟากัสทูลปราม เทียบกับเรื่องที่เขาจะช่วยอาณาจักรของเรา เรื่องนี้เป็นเรื่องเล็กนัก อย่าไปถือสาเลย ครึ่งหญิงครึ่งชายแบบนั้น น่าสมเพชเสียมากกว่า” 

ผู้มากับชุดผ้าคลุมสีน้ำตาล ถึงกับเลิกผ้าคลุมหัวออกเมื่อได้ยินคำสบประมาทอย่างนั้น ผมสั้นประบ่าช่วยให้เขาดูเป็นชายมากขึ้น ปากดีนักนะ ไอ้แก่เขาเอ่ยกับฟากัสอำมาตย์เฒ่า ทั้งนายทั้งบ่าว โง่พอกัน” 

นี่เจ้า...ฟากัสเอ่ยบ้างเมื่อเจอกับตัวเอง ฮ่า ฮ่า ฮ่าพระราชาหัวเราะลั่น ดี ดี แบบนี้ข้าชอบ นานๆทีจะได้เจอคนแปลกๆ” 

ไม่พูดไม่จาเลยนะ จอห์นนี่ผู้มาใหม่ทักชายชุดแดง เอาปากมาด้วยรึเปล่า

นั่นสินะเขาตอบ ข้าพูดไม่ค่อยเก่งเหมือนเจ้าหรอก เฟลวี่” 

นี่พวกเจ้ารู้จักกันด้วยรึพระราชาเอ่ย

ก็ไม่ได้อยากรู้จักนักหรอกเฟลวิสตอบยียวนกวนประสาทตามเคย แต่ด้วยหน้าที่อันยิ่งใหญ่ ข้าก็เลยต้องรู้จักกับมัน

  เอาหละเดี๋ยวจะทะเลาะกันเสียเปล่า เอาเป็นว่า ไหนล่ะคนที่เหลือ เจ้าไม่ได้พามาอีกรึพระราชาเอ่ยกับอิเนล 

แม่มมดเฒ่านิ่งเงียบ สายตาจ้องไปที่อำมาตย์ฟากัส อำมาตย์เฟกัสเองก็มีท่าทีลุกี้ลุกลนผิดปกติ แล้วเขาก็เอ่ยออกมาอย่างตะกุกตะกัก มะ ไม่มีแล้วพะยะค่ะ ฝ่าบาท

 

เปล่าประโยชน์ เปล่าประโยชน์เฟลวิสเอ่ยกับอำมาตย์ ข้ารู้ว่าเจ้าก็รู้...” และบรรยากาศก็ตึงเครียดมากขึ้น

 

ธิดาองค์เดียวของพระองค์นั่นแหละเพคะ…”  

 

ซะ... ซะ... ซาร่า... เป็นซาร่าอย่างนั้นเรอะ...”        

 

 .

.

.

つづく

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

จอร์จ...นี่มันอะไรกัน
แอลกอฮอล์ เดอะ เรด 555+
ชอบชื่อตัวละครครับ

อ่านแล้วยังงงๆอยู่ จะมีตอนต่อไปมาไขให้กระจ่างมั้ย
/ปูเสื่อ นั่งรอ

#1 By cvane on 2008-05-07 20:05

อ่านวันละครึ่งตอน รออ่านตอนต่อไป :)

#2 By บัส on 2008-05-08 21:42

ตอนต่อไปจะเป็นยังไงครับเนี่ย...
ปูเสื่อรอกันไปเลยดีกว่า...

#3 By ซับบาธ... on 2008-05-09 13:35

รอ รอ ค่ะ big smile

#4 By ~ N ~ on 2008-05-11 09:36