ที่สักนั่นน่ะ คิดรึยังพ่อหนุ่ม
posted on 29 Apr 2008 11:14 by devata in General
เด็กผู้ชายคนหนึ่งกำลังกรอกใบสมัครงาน มีขวาของเขาจับปากกา มือซ้ายวางพาดบังเอกสารที่ตัวเองกำลังกรอกอยู่ เผยให้เห็นหลังแขนที่มีรอยสักรูปดาวห้าแฉกเป็นเส้นจางๆ 7 ดวงตั้งแต่ใหญ่ไล่ไปเล็ก เรียงห่างจากข้อศอกประมาณครึ่งคืบไปจนเกือบถึงข้อแขน ลุงเห็นแล้วก็คิดในใจ
เค้าจะรับเอ็งเข้าทำงานเรอะ
ไม่รู้ว่าที่อื่นจะเป็นรึเปล่า แต่เด็กแถวบ้านลุงนี่ทุกวันนี้มันเปลี่ยนไปเยอะจริงๆ ชอบแฟชั่นการสักกันเหลือเกิน ที่เห็นบ่อยก็ที่ข้อเท้า เมื่อสมัยที่ลุงยังเป็นวัยรุ่น 18-19 คิดจะสักแต่ละทีก็คิดแล้วคิดอีก ว่าจะสักดีมั้ยน้อ สักตรงไหนน้อ เข็มสะอาดมั้ยน้อ สักแล้วแม่จะรู้มั้ยน้อ ถ้ารู้แล้วจะโดนฟาดมั้ยน้อ สักแล้วโตไปเค้าจะรับเราเข้าทำงานมั้ยน้อ คิดหนัก ลุงเลยผ่านวัยรุ่นมาได้โดยไม่สัก แต่ทุกวันนี้เห็นสักแบบไม่ค่อยคิด เห็นเพื่อนสักมันก็สักตามกันไป
แถมแต่ละองค์อายุแค่ 12-13 ตัวเท่าเมี่ยง
เขาว่า ผู้ใหญ่ย่อมรู้จักเด็กมากกว่าที่เด็กรู้จักผู้ใหญ่ ก็เพราะลุงเองเมื่อตอนวัยรุ่นก็เคยมีความคิดที่จะสักเหมือนกัน ก็เลยเข้าใจดี วัยรุ่นจะทำอะไรแต่ละทีก็เป็นที่ขัดหูขวางตาผู้ใหญ่ไปซะหมด รู้สึกอึดอัดเหมือนว่าตัวเองกำลังถูกกักขัง จึงได้แต่โหยหาอิสรภาพอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันดั่งสัตว์ในสวนสัตว์ฉะนั้น แล้วก็อยากทำอะไรที่รู้สึกว่าตัวเองกำลังฉีกทึ้งกรงอยู่ ลุงคงได้แต่บอกว่าวัยรุ่นเป็นวัยที่น่ารักสดใสอยู่แล้ว ไม่ต้องเติมแต่งอะไรอีกหรอก ก็เพราะพวกผู้ใหญ่บางคนเขาก็ไม่เข้าใจนะสิ เรารึก็อยากจะให้ตัวเองดูดี มีลายสักสวยๆที่ท้องแขน คีบบุหรี่ติดปากซักนิด ระเบิดหูซ้ายขวาซักหน่อย แต่ผู้ใหญ่เขาไม่เอากับเราด้วย ชอบมองเราจากหัวจรดเท้าด้วยสายตาเหยียดหยัน ในใจคงคิดสมเพชเวทนาเราเสียเต็มประดา
เป็นคนอยู่ดีๆไม่ชอบ เสือกอยากเป็นกุ๊ย
ขอออกความเห็นเรื่องแบบนี้สักหน่อย ลุงคิดว่ามันเป็นเหมือนปมที่เกิดขึ้นในวัยรุ่นส่วนหนึ่งที่รู้สึกว่าตัวเองด้อยกว่าคนอื่น ทั้งในเรื่องการเรียน ความสามารถ หรือหน้าตา จึงพยายามสร้างในสิ่งที่คิดว่าจะทำให้ตัวเองเด่นขึ้นมาได้ เช่น ความก้าวร้าวรุนแรง ทำสิ่งที่สังคมมองว่าผิดเพื่อให้เกิดความแตกต่าง กระทั่งเลยเถิดจนเกินขอบข่ายจริยธรรมที่เป็นกรอบในสังคม ซึ่งร้ายแรงเป็นลำดับๆ ดังเช่น การโดดเรียน การสูบบุหรี่ การสัก การเจาะหู การเสพสิ่งเสพติด การโจรกรรม การทำร้ายร่างกายผู้อื่นอย่างไร้เหตุผล จนถึงการฆาตกรรม เป็นต้น
ด้วยเหตุนี้เอง การสัก จึงเป็นสิ่งติดลบในสังคม เพราะเป็นพื้นฐานของรูปแบบที่แปลกแยก ทำให้สังคมลงความเห็นได้อย่างอัตโนมัติว่านั่นคือการเริ่มต้นของสิ่งที่ไม่ดี ซึ่งแท้จริงก็ยังมีบางส่วนหยุดไว้แค่รูปแบบพื้นฐานดังกล่าว และไม่คิดอะไรมากกว่าการมองว่าเป็นความนิยมในวัยและยุคสมัย
ยังไม่มีงานวิจัยใดที่มีความเห็นว่าไอคิวกับสำนึกที่ดีมีความเกี่ยวข้องกัน แม้เราจะได้ยินข่าวว่าอาจารย์กระโดดตึกตายเพราะรักคุด หรือหมอเปิดคลินิกเถื่อนทำแท้ง แต่ลุงยังเชื่อว่า คนมีไอคิวสูงมีแนวโน้มจะถูกพัฒนาทางด้านสำนึกที่ดีได้ดีกว่าคนไอคิวต่ำ เพราะลุงคิดว่า คนฉลาดย่อมใฝ่รู้ พอใฝ่รู้แล้วโลกทัศน์ของตัวเองก็กว้างขึ้น เห็นอะไรได้มากขึ้น จึงเป็นหนทางหนีออกจากค่านิยมแคบๆที่กำลังล้อมรอบตัวเองอยู่ ยิ่งถ้าเป็นวัยรุ่นด้วยแล้วล่ะก็ จะเป็นคนแปลกในสายตาเพื่อนโดยไม่ต้องทำอะไรเลย เข้าคอนเซ็ปต์แปลกและแหวกแนวได้ดีทีเดียว
เพราะฉะนั้น กินปลาซะตั้งแต่วันนี้ จะได้ฉลาดๆ
แต่ถ้าคิดว่ายังไงชาตินี้ขอสร้างตำหนิไว้กับตัวให้ได้ (ลุงมีแล้ว ปลูกฝี และบาดแผลจากแมงกะไซเล็กน้อย) แบบว่าฉันชอบของฉัน ชอบแบบสักจริงๆ ไม่เอาเพ้นท์ ไม่ชอบของเก๊ ที่บ้านพ่อรวย ไม่สนว่าค่าลบรอยสักแต่ละตารางเซนติเมตรจะเป็นเท่าไหร่ อันนี้ลุงก็ไม่ขอขัดศรัทธา ตามแต่บุญแต่กรรมจะพาให้ไปเถิด ว่ากันไม่ได้ เพราะเขาว่าไว้ เกลียดอะไรย่อมได้อย่างนั้น ถ้าเจอกับลูกหลานตัวเองคงร้องไม่ออก
ลุงขอแนะนำเรื่องการสักไว้สักนิดหนึ่ง ถ้าจะสักก็ควรให้อยู่ในร่มผ้าสักหน่อย เวลาใส่ชุดออกนอกบ้านที่ไม่ใช่ชุดลำลอง จะได้ปกปิดได้ แนะนำบริเวณ หัวไหล่ สะบัก หรือท้องแขนส่วนบน เวลาอยากโชว์จึงค่อยใส่เสื้อกล้ามหรือเสื้อสายเดี่ยวที่เผยหัวไหล่ จะทำให้คนอื่นมองเห็นรอยสักเรา เป็นประโยชน์ใช้แทนฟีโรโมนดึงดูดกุ๊ยตัวเต็มวัยเพศตรงข้ามได้
แล้วก็ลังเลด้วยเหตุผลใกล้เคียงกับลุงเลย
สักแล้วพ่อกระทืบมั้ย เค้าจะรับเราทำงานเหรอ
แล้วจะติดเอดส์ป่าวเนี่ย??
สุดท้าย....ก็เลยไม่ได้สักอะไร
หูก็ไม่ได้เจาะ แหะ
#1 By ซับบาธ... on 2008-04-29 11:32