เด็กผู้ชายคนหนึ่งกำลังกรอกใบสมัครงาน มีขวาของเขาจับปากกา มือซ้ายวางพาดบังเอกสารที่ตัวเองกำลังกรอกอยู่ เผยให้เห็นหลังแขนที่มีรอยสักรูปดาวห้าแฉกเป็นเส้นจางๆ 7 ดวงตั้งแต่ใหญ่ไล่ไปเล็ก เรียงห่างจากข้อศอกประมาณครึ่งคืบไปจนเกือบถึงข้อแขน ลุงเห็นแล้วก็คิดในใจ

เค้าจะรับเอ็งเข้าทำงานเรอะ

ไม่รู้ว่าที่อื่นจะเป็นรึเปล่า แต่เด็กแถวบ้านลุงนี่ทุกวันนี้มันเปลี่ยนไปเยอะจริงๆ ชอบแฟชั่นการสักกันเหลือเกิน ที่เห็นบ่อยก็ที่ข้อเท้า เมื่อสมัยที่ลุงยังเป็นวัยรุ่น 18-19 คิดจะสักแต่ละทีก็คิดแล้วคิดอีก ว่าจะสักดีมั้ยน้อ สักตรงไหนน้อ เข็มสะอาดมั้ยน้อ สักแล้วแม่จะรู้มั้ยน้อ ถ้ารู้แล้วจะโดนฟาดมั้ยน้อ สักแล้วโตไปเค้าจะรับเราเข้าทำงานมั้ยน้อ คิดหนัก ลุงเลยผ่านวัยรุ่นมาได้โดยไม่สัก แต่ทุกวันนี้เห็นสักแบบไม่ค่อยคิด เห็นเพื่อนสักมันก็สักตามกันไป

แถมแต่ละองค์อายุแค่ 12-13 ตัวเท่าเมี่ยง

เขาว่า ผู้ใหญ่ย่อมรู้จักเด็กมากกว่าที่เด็กรู้จักผู้ใหญ่ ก็เพราะลุงเองเมื่อตอนวัยรุ่นก็เคยมีความคิดที่จะสักเหมือนกัน ก็เลยเข้าใจดี วัยรุ่นจะทำอะไรแต่ละทีก็เป็นที่ขัดหูขวางตาผู้ใหญ่ไปซะหมด รู้สึกอึดอัดเหมือนว่าตัวเองกำลังถูกกักขัง จึงได้แต่โหยหาอิสรภาพอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันดั่งสัตว์ในสวนสัตว์ฉะนั้น แล้วก็อยากทำอะไรที่รู้สึกว่าตัวเองกำลังฉีกทึ้งกรงอยู่ ลุงคงได้แต่บอกว่าวัยรุ่นเป็นวัยที่น่ารักสดใสอยู่แล้ว ไม่ต้องเติมแต่งอะไรอีกหรอก ก็เพราะพวกผู้ใหญ่บางคนเขาก็ไม่เข้าใจนะสิ เรารึก็อยากจะให้ตัวเองดูดี มีลายสักสวยๆที่ท้องแขน คีบบุหรี่ติดปากซักนิด ระเบิดหูซ้ายขวาซักหน่อย แต่ผู้ใหญ่เขาไม่เอากับเราด้วย ชอบมองเราจากหัวจรดเท้าด้วยสายตาเหยียดหยัน ในใจคงคิดสมเพชเวทนาเราเสียเต็มประดา

เป็นคนอยู่ดีๆไม่ชอบ เสือกอยากเป็นกุ๊ย

ขอออกความเห็นเรื่องแบบนี้สักหน่อย ลุงคิดว่ามันเป็นเหมือนปมที่เกิดขึ้นในวัยรุ่นส่วนหนึ่งที่รู้สึกว่าตัวเองด้อยกว่าคนอื่น ทั้งในเรื่องการเรียน ความสามารถ หรือหน้าตา จึงพยายามสร้างในสิ่งที่คิดว่าจะทำให้ตัวเองเด่นขึ้นมาได้ เช่น ความก้าวร้าวรุนแรง ทำสิ่งที่สังคมมองว่าผิดเพื่อให้เกิดความแตกต่าง กระทั่งเลยเถิดจนเกินขอบข่ายจริยธรรมที่เป็นกรอบในสังคม ซึ่งร้ายแรงเป็นลำดับๆ ดังเช่น การโดดเรียน การสูบบุหรี่ การสัก การเจาะหู การเสพสิ่งเสพติด การโจรกรรม การทำร้ายร่างกายผู้อื่นอย่างไร้เหตุผล จนถึงการฆาตกรรม เป็นต้น

ด้วยเหตุนี้เอง การสัก จึงเป็นสิ่งติดลบในสังคม เพราะเป็นพื้นฐานของรูปแบบที่แปลกแยก ทำให้สังคมลงความเห็นได้อย่างอัตโนมัติว่านั่นคือการเริ่มต้นของสิ่งที่ไม่ดี ซึ่งแท้จริงก็ยังมีบางส่วนหยุดไว้แค่รูปแบบพื้นฐานดังกล่าว และไม่คิดอะไรมากกว่าการมองว่าเป็นความนิยมในวัยและยุคสมัย

ยังไม่มีงานวิจัยใดที่มีความเห็นว่าไอคิวกับสำนึกที่ดีมีความเกี่ยวข้องกัน แม้เราจะได้ยินข่าวว่าอาจารย์กระโดดตึกตายเพราะรักคุด หรือหมอเปิดคลินิกเถื่อนทำแท้ง แต่ลุงยังเชื่อว่า คนมีไอคิวสูงมีแนวโน้มจะถูกพัฒนาทางด้านสำนึกที่ดีได้ดีกว่าคนไอคิวต่ำ เพราะลุงคิดว่า คนฉลาดย่อมใฝ่รู้ พอใฝ่รู้แล้วโลกทัศน์ของตัวเองก็กว้างขึ้น เห็นอะไรได้มากขึ้น จึงเป็นหนทางหนีออกจากค่านิยมแคบๆที่กำลังล้อมรอบตัวเองอยู่ ยิ่งถ้าเป็นวัยรุ่นด้วยแล้วล่ะก็ จะเป็นคนแปลกในสายตาเพื่อนโดยไม่ต้องทำอะไรเลย เข้าคอนเซ็ปต์แปลกและแหวกแนวได้ดีทีเดียว

เพราะฉะนั้น กินปลาซะตั้งแต่วันนี้ จะได้ฉลาดๆ

แต่ถ้าคิดว่ายังไงชาตินี้ขอสร้างตำหนิไว้กับตัวให้ได้ (ลุงมีแล้ว ปลูกฝี และบาดแผลจากแมงกะไซเล็กน้อย) แบบว่าฉันชอบของฉัน ชอบแบบสักจริงๆ ไม่เอาเพ้นท์ ไม่ชอบของเก๊ ที่บ้านพ่อรวย ไม่สนว่าค่าลบรอยสักแต่ละตารางเซนติเมตรจะเป็นเท่าไหร่ อันนี้ลุงก็ไม่ขอขัดศรัทธา ตามแต่บุญแต่กรรมจะพาให้ไปเถิด ว่ากันไม่ได้ เพราะเขาว่าไว้ เกลียดอะไรย่อมได้อย่างนั้น ถ้าเจอกับลูกหลานตัวเองคงร้องไม่ออก

ลุงขอแนะนำเรื่องการสักไว้สักนิดหนึ่ง ถ้าจะสักก็ควรให้อยู่ในร่มผ้าสักหน่อย เวลาใส่ชุดออกนอกบ้านที่ไม่ใช่ชุดลำลอง จะได้ปกปิดได้ แนะนำบริเวณ หัวไหล่ สะบัก หรือท้องแขนส่วนบน เวลาอยากโชว์จึงค่อยใส่เสื้อกล้ามหรือเสื้อสายเดี่ยวที่เผยหัวไหล่ จะทำให้คนอื่นมองเห็นรอยสักเรา เป็นประโยชน์ใช้แทนฟีโรโมนดึงดูดกุ๊ยตัวเต็มวัยเพศตรงข้ามได้

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ผมเองก็เคยคิดจะสักเหมือนกันคับ
แล้วก็ลังเลด้วยเหตุผลใกล้เคียงกับลุงเลย
สักแล้วพ่อกระทืบมั้ย เค้าจะรับเราทำงานเหรอ
แล้วจะติดเอดส์ป่าวเนี่ย??

สุดท้าย....ก็เลยไม่ได้สักอะไร
หูก็ไม่ได้เจาะ แหะsad smile sad smile

#1 By ซับบาธ... on 2008-04-29 11:32

#1 ดีแล้วพ่อหนุ่ม

#2 By देवता on 2008-04-29 11:56

มีหลายเหตุผลนะคะที่วัยรุ่นส่วนใหญ่คิดที่จะสัก
บางคนอาจสักตามเพื่อน
บางคนอาจสักเพราะชอบลวดลาย
บางคนสักเพราะต้องการเครื่องเตือนใจบางอย่าง
บางคนก็ไม่มีเหตุผลอะไรมากไปกว่าการชอบ

หนูไม่คิดว่าการสักจะเป็นเรื่องไม่ดีอะไร
เพียงแต่ว่า ต้องคิดถึงผลที่จะตามาดีๆ

ถ้าคิดว่าจะทำงานราชการหรือบริษัทก็อย่าสัก
หรือจะสักก็สักในร่มผ้า
แต่บางคนเขาก็ไม่คิดจะทำงานพวกนี้
อันนี้ก็สิทธิของเขา

ส่วนเรื่องที่จะถูกมองว่าเป็นกุ๊ย
คนที่จะสักก็ต้องยอมรับ
เพราะในสายตาคนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะผู้ใหญ่บางท่าน
ก็จะมองเป็นแบบนั้น

ทั้งๆที่จริงแล้ว การสักหรือไม่สัก ไม่ได้บ่งบอกว่าคนๆนั้นเป็นคนดีหรือไม่ แต่อย่างใด

แต่ภาพของคนคุกที่สักเต็มตัว ก็ติดตากันมานาน
จนคนมองไปว่า คนสักเป็นคนไม่ดี

สำหรับตัวหนูเองแล้ว เป็นคนชอบรอยสักทุกชนิดค่ะ
และยอมรับกับผลที่จะเกิดขึ้นได้แน่นอน

อีกอย่างนึงคุณแม่ก็ชอบรอยสักเหมือนกัน
เลยไม่มีปัญหากับที่บ้าน

คิดว่าคงสักอีกเรื่อยๆค่ะ

อ้อ เรื่องที่คุณคิดว่าเป็นปมของวัยรุ่น
หนูว่ามันไม่ใช่เสมอไปนะคะ
อย่างที่บอก บางคนมองมันว่าเป็นศิลปะประเภทนึง
เช่นเดียวกับเรื่องงานนู้ด มันมองได้หลายแง่มุม

ถ้าเปิดใจกว้างๆหน่อย ก็จะเข้าใจค่ะ

แต่การออกมาเตือน ก็เป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้วค่ะ
เป็นประโยชน์กับคนที่ยังไม่ได้สักแล้วคิดจะสัก
เผื่อเค้าจะได้หยุดคิดมากๆ








#3 By *บลาสต์ on 2008-04-29 12:36

เพื่อความเข้าใจอันดี ขออธิบายตรงนี้ไว้เลยแล้วกันครับ

มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ผมอยากสักมากๆ ตอนนั้นร่างเอนทรี่ที่
ชื่อ "เมื่อผมอยากเป็นกุ๊ย" ไว้แล้วด้วยซ้ำ

แต่พอลองคิดให้ตัวเองเป็นคนอื่น
แล้วมองมาที่ตัวเองอีกครั้ง มันก็เกิดประโยค
"เป็นคนอยู่ดีๆไม่ชอบ เสือกอยากเป็นกุ๊ย" ขึ้นมา

เป็นประโยคที่เกิดขึ้นกับตัวเองครับ

ก็ขำกับตัวเองอยูพักใหญ่ นั่งหัวเราะเหมือนคนบ้า
และก็เปลี่ยนความคิดไป เอนทรี่ก็ไม่อัพ

แต่เห็นเด็กทุกวันนี้ ช่างน่าเป็นห่วง ตัวเองอยากสักจริงๆรึเปล่าก็ยังไม่รู้

เพราะลายสักแต่ละลายมันดูไม่ค่อยได้ เหมือนกับว่าไม่ได้คิดก่อนสัก

เด็กผู้ชายคนนั้นเขาคงรู้มาบ้างเกี่ยวกับการสักว่ามีผลต่อการสมัครงาน

แต่ถ้าเขาไม่รู้ มันก็ช่างน่าเห็นใจยิ่งกว่า

เด็กที่จะต้องเริ่มหาเงินใช้เองมันช่างไร้เดียงสาและน่าสงสาร

เหมือนกับเขากำลังก้าวออกจากโลกอันสนุกสนานของตัวเอง
มาอยู่ในโลกของพวกผู้ใหญ่ที่สับสนวุ่นวาย

เขาจะต้องเจอกับอะไรบ้างก็ไม่รู้

เอนทรี่นี้ไม่มีเจตนาต่อต้านการสักที่รุนแรง
แต่ถ้าจะมีถ้อยคำเย้ยหยันที่รุนแรง ก็เป็นแค่ความคะนองของผเอง
ขออภัยสำหรับผู้ไม่พอใจไว้เลยก็แล้วกันครับ

#4 By देवता on 2008-04-29 14:26

ถ้าสังแบบแฟชั่น
ในร่มผ้าที่ปิดมิดชิดเหมือนลุงบอกผมเห็นด้วยนะครับ

แต่บางคนสักอะไรก็ไม่รู้ ดูน่ากลัว
บริษัทที่ผมทำงา ถ้ามีรอยสักตามแขน ขา เ้ค้าไม่รับเหมือนกัน เพราะกัวเป็นกุ๊ย
ถึงแม้ว่าคนเราจะตัดสินกันแค่นี้ไม่ได้
แต่ว่าใครจะกล้าเสี่ยงsad smile
ตะกี้กดcommentแล้วดับวูบ พิมพ์ซะยาวเลยsad smile
-------
ที่วัยรุ่นสัก นอกจากค่านิยมแล้วผมว่าปัจจัยที่ช่วยส่งเสริม มันเป็นความเจนตานะ
พวกดารา หรือ ต่างประเทศที่ออกทางสื่อโทรทัศน์ อินเตอร์เน็ต มีแฟชั่นแปลกๆ(ซึ่งบ้านเรารับไม่ได้)อยู่หลายอย่าง แล้วก็ ดันมีอัพเดตทุกวัน อย่าง "แองเจลิน่า โจลี่ สักลงยันต์ขมังเวท" อะไรทำนองนี้ เด็กชินกับข่าว เขาก็ไม่เห็นเป็นเรื่องผิดโดยที่ลืมคิดไปว่า...
"นี่มันประเทศไทยนะโว้ย"
ตัวดาราไม่ได้ปลุกกระแส แต่ทำให้มัน "กลายเป็นสิ่งธรรมดาที่ทุกคนเห็นทุกวัน จนชิน" และไม่รู้สึกว่ามันเป็นสิ่งผิดมากกว่า

ความเสรีนี่แหละครับ
ที่ปล่อยปละละเลยไม่ได้ เสรี 100% มันก็จะเละๆ
เพราะทุกคนต่างก็มีความคิดเป็นของตัวเอง
//เห็นด้วยกับลุงทุกประการ open-mounthed smile

#6 By cvane on 2008-04-30 09:18

บริษัทที่ผมทำงานอยู่เค้าบอกว่า เวลารับสมัครพนักงานใหม่


ผู้ชายที่มีรอยสักเค้าจะไม่รับ

เพราะเค้าคิดว่ามีความสัมพันธ์กับการแสดงออกด้านความก้าวร้าว...

มีผลกันเห็น ๆ เลยครับ (__ __")
แม่นู๋บอกว่าคนที่สักแก่ไปจะทำให้ผวดูไม่สวย เพราะหนังเหี่ยวแล้วรายสักก็ย่น นู๋คิดว่าสักมีแต่ข้อเสีย ยังไงก็ไม่สักแน่นอน

#8 By เจ้าแมวดอง on 2008-04-30 21:12

อืม ไม่เคยคิดอยากจะสัก เจาะหู ฯลฯ เลย
ร่างกายได้มาดี ๆ สมบูรณ์ครบถ้วน ไม่รู้จะเอาไปทำตำหนิทำไม :(

#9 By บัส on 2008-05-05 00:26

ไม่เคยคิดจะสักเลยครับ

เจาะหูยังไม่คิดเล้ย (พ่อแม่สอนมาดี)

ทุกวันนี้ก็ไม่หล่ออยู่แล้ว
จะไปทำตัวเองให้แย่กว่าเดิมทำไม sad smile

#10 By paroJung on 2008-05-17 15:30