มีนิทานมาเล่าให้ฟัง
posted on 01 Sep 2007 11:05 by devata in Lingual, Rural
เรื่องราวของความพิลึกพิลั่นในคำตอบต่อคำถามเกี่ยวกับปรากฏการทางธรรมชาติมีให้เห็นอยู่ทุกชาติทุกภาษา ความสำคัญของเรื่องราวเหล่านั้นมีได้ตั้งแต่เป็นนิทานพื้นบ้านเพื่อความบันเทิง คติสอนใจ กระทั่งถึงลัทธิความเชื่อที่มีอำนาจเหนือชีวิต ดังเรื่องเล่าของนางไม้เอคโคผู้เลียนเสียงของชาวโยนก ไก่ขันเวลาเช้าของชาวอาทิตย์อุทัย หรือในชมพูทวีปก็มีคำตอบถึงเหตุผลที่งูมีพิษ พวกเขายังบอกด้วยว่าพระจันทร์ ที่เว้าแหว่งไปก็เพราะโดนสาปให้เป็นฝีในท้อง ขยับมาใกล้ตัวเรา ก็มีเรื่องราวของกานายประกันผู้พลาดท่าเสียทีให้นกรุ้ง เป็นต้น
เรื่องเล่าของการอธิบายความเป็นศัตรูกันของสัตว์ในธรรมชาติ ก็รวมอยู่ในนั้น ตัวอย่างเรื่องราวประเภทนี้มีนกและงู คือครุฑกับนาคเป็นอาทิ ปรากฏในเทพปกรณัมสมัยโบราณของอินเดีย แต่ที่จะเล่าต่อจากนี้ คือเรื่องของกาและนกเค้า เพราะบางคนอาจยังไม่รู้ว่าสัตว์ทั้งสองเป็นศัตรูกันตามธรรมชาติ
เรื่องราวของการเป็นอริกันของกาและนกเค้าถูกแต่งเป็นนิทานเล่าขานกันมาตั้งแต่โบราณ โดยธรรมชาติแล้ว นกเค้าจะจิกตีอีกาในตอนกลางคืนให้อีกาถึงตาย และเวลากลางวัน อีกาก็จะจิกตีนกเค้าหมายเอาชีวิตเช่นกัน เรื่องราวเหล่านี้ปรากฏในอุลูกชาดกในพระพุทธศาสนา ที่พระพุทธเจ้าทรงเล่าเรื่องราวเพื่อคลายความสงสัยแก่เหล่าภิกษุที่เห็นอีกาตายเกลื่อนในลานของอารมเวลาเช้า
เรื่องราวโดยย่อมีอยู่ว่า นานมาแล้ว เหล่านกทั้งหลายได้สรรหานกเพื่อเป็นราชาของเหล่านก นกเค้าได้ถูกเลือกเพื่อการนั้น แต่ยังไม่ทันจะได้แต่งตั้ง อีกาก็มาพอดี กล่าวติเตียนนกเค้าไปว่า ขนาดยังไม่โกรธหน้าตาก็เป็นอย่างนี้ แล้วถ้าโกรธล่ะ เท่านั้นเองนกเค้าก็โกรธจัด จึงผูกพยาบาทนับแต่นั้นและไล่จิกตีอีกากระทั่งถึงทุกวันนี้
เรื่องนี้เด่นชัดในวรรณกรรมอินเดียเก่าแก่ชื่อ "ปัญจตันตระ"
เนื้อความในส่วนของมูลเหตุการเป็นศัตรูกันเล่าโดยสังเขปคือ นกทั้งหลายได้มาประชุมกันและกล่าวทุกข์เรื่องที่พญาครุฑได้ละเลยพวกตน ปล่อยให้เหล่านักล่าและนายพรานมาทำร้ายพวกตนได้ตามใจชอบ จึงปรึกษากันว่าจะหาราชาองค์ใหม่ และก็ได้เลือกนกเค้า ระหว่างนั้นอีกาบินผ่านมาจึงกล่าวไม่เห็นด้วย อ้างว่านกเค้านั้นโฉดและน่าเกลียดและดูออกจะเขลาไปเสียหน่อยที่จะเลือกราชาองค์ใหม่ขณะที่พญาครุฑยังอยู่ พร้อมทั้งเล่านิทานสองเรื่องให้บรรดานกในที่นั้นฟังให้คล้อยตาม นกทั้งหลายเห็นด้วยเลยบินจากไป ฝ่ายนกเค้าที่รอการแต่งตั้งก็ถามภรรยาว่าทำไมถึงล่าช้า ได้คำตอบว่ามีกามาขัดเสียแล้ว นกเค้าจึงโกรธ กล่าวไปว่าตนไปทำอะไรไว้ให้หรือถึงทำกับตนเยี่ยงนั้น แล้วก็กล่าวผูกพยาบาทถึงขั้นวงศ์วานตั้งแต่นั้นมา
ยังมีนิทานพื้นบ้านเขมรที่เล่าแตกต่างออกไปจากนี้ เรื่องราวได้เกิดขึ้นในสมัยอีกามิได้มีสีดำและนกเค้า(นกแสก)ก็มิได้หากินกลางคืน
เรื่องราวมีอยู่ว่า เมื่อก่อนนั้น อีกาและนกเค้าผู้มีขนสีขาวสะอาดนั้นเป็นสหายกัน ทั้งคู่จะแวะเยี่ยมเยียนทักทายกันเสมอ วันหนึ่งอีกาบินเข้าไปในป่าที่ไม่เคยไปมาก่อน และพบเข้ากับบ่อน้ำประหลาดบ่อหนึ่ง น้ำในบ่อมีสีดำข้น เรียกว่าเป็นบ่อหมึกก็ว่าได้ จึงเกิดความคิดว่า จะใช้น้ำในบ่อนี้นี่แหละแต่งสีขน แล้วก็ได้ชวนชวนนกเค้าไปแต่งขนด้วยกัน นกเค้าก็ยินดีตามไปด้วย ถึงบ่อก็ลงเกาะคอนไม้ อีกาเลือกที่จะแต่งขนให้นกเค้าก่อน โดยให้นกเค้าแต่งขนให้ตนในภายหลัง เมื่อขนของตัวเองถูกแต่งวาดลวดลายอย่างงดงามแล้ว(งามจริงๆ เพราะเป็นขนที่นุ่มละเอียดด้วยกระมัง) ก็พอใจเป็นอย่างยิ่ง แต่นกเค้านั้นโฉด กลับเกิดความเกียจคร้านที่จะแต่งขนให้สหายขึ้นมาในทันใด จึงผลักสหายตกบ่อและบินหนีไป ฝ่ายอีกาผู้ซึ่งตอนนี้ได้กลายเป็นสีดำทั้งตัวก็โกรธจัด พอขึ้นจากบ่อได้ก็ไล่ตามนกเค้าไปหมายเอาชีวิตในทันที นับแต่นั้นอีกาจึงมีตัวสีดำและไล่จิกตีนกเค้าจนถึงทุกวันนี้ ส่วนนกเค้า(นกแสก)ก็ต้องหลบไปหากินกลางคืน
เห็นข้อแตกต่างคือ ในอินเดียนั้นเรื่องเล่ามาจากที่อีกาถูกกระทำ(กลางคืน) ส่วนแถวบ้านมาจากอีกาเป็นฝ่ายกระทำ(กลางวัน)
ผมเองยังไม่เคยมีโอกาสได้เห็นเหตุการณ์ไล่ตีกันของนกทั้งสอง แค่เกือบได้เห็นแต่มันไปกันลับตาแล้วเสียก่อน (อีกาไล่กวดนกแสก) มีแต่พี่ๆน้องๆที่เห็นมัน บอกว่าน่าตื่นเต้นเสียนี่กระไร (ซาดิสม์ เอิ๊ก เอิ๊ก)
ต่อไปนี้เป็นนิทานในแบบร้องกรอง เพิ่งฝึกแต่งครับ ลองอ่านดู
| กาลครั้งหนึ่งนานมาเพลาบ่าย ต่างรอฟังคนเฒ่าเล่านิทาน ว่าพวกนั้นเป็นศัตรูคู่อาฆาต มุ่งจะฆ่ากันให้ตายวายชีวา เรื่องกำเนิดเกิดแต่กาผู้อาศัย กับนกเค้าผู้เป็นสหายกัน เช้าวันหนึ่งอีกาออกหากิน เห็นบ่อน้ำดำชอบกลฉงนใจ พบว่านั่นที่แท้คือบ่อหมึก ช่างดำมืดดั่งคราสกลืนตะวัน ครานั้นเองจึ่งได้เกิดความคิด ใช้น้ำบ่อที่ข้นมาบรรจง ผิว่าทำผู้เดียวคงมิได้ จึงกลับไปเล่าแจ้งแถลงความ ฝ่ายนกเค้าก็เห็นดีเห็นงามด้วย จะให้ลายจางเข้มเข้าระคน แล้วทั้งคู่ก็บินมายังบ่อ แต่ได้ติดว่าใครก่อนข้าหรือแก ครานั้นข้อตกลงก็บังเกิด อีกาเอ่ยบอกไปในวาจา เอาปลายปีกจุ่มไปในบ่อนั้น เป็นพู่กันของนายช่างผู้ชำนาญ ปัดขอบหน้าแต้มกระอกยกปีกวาด เกือบทุกส่วนแซมย้ำทำสำอาง ครั้นเสร็จกิจนกเค้าก็เอ่ยขาน หาเลิศกว่าในนภาคงไม่มี ถึงหน้าที่ของตนก็เกียจคร้าน ได้รูปงามหากแต่จิตกลับหมองมัว กาไม่คิดว่ามิตรจักทำร้าย ได้สีดำมาเป็นฉวีวรรณ โอ้นายช่างนกกาผู้อาภัพ ทุกข์ระทมขมขื่นสะอื้นใจ บัดนั้นเองกาลั่นประกาศก้อง จะตามล่าราวีทุกดินแดน ขอมันเกิดบัดสีที่ใบหน้า ให้ผิดรูปแหว่งเข้าแลเว้าบาน ให้มืดบอดต่อแสงตะวันฉาย ให้ขนงามปรากฏแต่ราตรี จึ่งเกิดกาแลนกเค้าอย่างที่เห็น เป็นนิทานสอนการไว้ใจคน |
เด็กทั้งหลายรวมกันที่ลานบ้าน เรื่องตำนานนกเค้ากับเจ้ากา ไม่หมายมาตรจะดำริสิเหน่หา ปรารถนาจักให้สูญประยูรพันธุ์ ณ ไม้ใหญ่ในป่าพนาสัณฑ์ ทั้งคู่นั้นยังขาวผ่องเป็นยองใย ก็โผบินห่างจากป่าที่อาศัย จึงลงไปพินิจพิเคราะห์พลัน มิรู้ตื้นหรือลึกนึกขบขัน อัศจรรย์ที่เกิดมีอยู่กลางดง เนรมิตขนกายดั่งประสงค์ ละเลงลงบนขนกายให้งดงาม พลาดแล้วไซร้จะไม่ดีอย่าผลีผลาม แลไต่ถามเชิญสหายไปตามตน ถ้าได้ช่วยเหลือกันคงเกิดผล ต้องอดทนวาดให้กันเช่นนั้นแล ไม่รีรอรีบดำริตามกระแส เกิดข้อแม้ข้อค้ำย้ำสัญญา ว่าเอาเถิดข้าเองจักอาสา แลก้าวขามาขอบบ่อเพื่อรองาน จัดเรียงมั่นแนบชิดติดประสาน ก็ได้การละเลงลงตรงสรรพางค์ มิได้ขาดไล่แต่หัวสุดปลายหาง มีเว้นว่างที่หน้าไว้ให้เข้าที ว่าช่างงามสมสง่ามีราศี สมฤดีนกเค้าเข้าข้างตัว เกิดสันดานต่ำช้ามาในหัว คิดการชั่วผลักกาตกบ่อพลัน มองดูกายก็เจ็บแสบแทบอาสัญ ก็โศกสันต์ร่ำร้องอย่างหมองฤทัย หรือต้องรับกรรมเก่าแต่หนไหน มิตรหาสิ่งจัญไรมาตอบแทน ว่าจะต้องเอาคืนให้สมแค้น ชั่วหมื่นแสนอสงไขยบรรลัยกาล อัปลักษณ์หยาบช้าในสัณฐาน ไว้ประจานใจชั่วตัวอัปรีย์ แลเคลื่อนกายใช้คืนเป็นวิถี เพื่อไม่มีผู้ใดใคร่มายล เพื่อให้เป็นคุณประโยชน์ชี้โทษผล ให้ตริตรองมองหลายหนก่อนคิดการณ์ |
)
ชอบฟังค่ะเรื่องราวที่คนสมัยก่อนนำมาบอกเล่าในเรื่องที่ไม่สามารถอธิบายได้
#1 By ป้าหมู on 2007-09-01 11:34