ของโบราณ คนโบราณ
posted on 06 Jul 2007 10:46 by devata in Ruralนอกจากต้นไม้ที่ว่าแล้ว บ้านผมยังมีสวนกล้วยและสวนหม่อน หม่อนเขาปลูกเอาไว้เลี้ยงไหม ตอนผมเกิดนั้นไม่มีไหมเลี้ยงที่บ้านอีกแล้ว เคยเห็นก็แต่บ้านย่า
เมื่อก่อนเขาจะเลี้ยงไหมไว้ในบ้าน บ้านแต่ละหลังจึงต้องใหญ่เข้าไว้ จะได้มีพื้นที่เยอะๆ กระด้งมอญคลุมผ้าบางวางซ้อนกันอยู่บนชั้นที่พอเปิดออกดูก็เห็นตัวหนอนกำลังกัดกินใบหม่อน เป็นภาพที่บ้านย่าผมเอง และสันนิษฐานว่าครั้งหนึ่งน่าจะเคยเคยมีในบ้านผม
ใต้ถุนบ้านดูโล่งๆ มีเปลผูกไว้กับเสาบ้านอันนึง ใกล้ๆกันเป็นแกนไม้สลักเกลียวสองท่อน แม่บอกว่านั่นเป็นแกนของเครื่องหีบอ้อย แต่เห็นแค่นั้นคงไม่พอจะสันนิษฐานว่ามันมีสัณฐานเป็นอย่างไร เวลาใช้งาน มันตั้งหรือนอนกันแน่
ในวันฝนตกจะได้ยินเสียงเม็ดฝนกระทบหลังคาสังกะสี อื้ออึงไปหมด มีรูรั่วให้ต้องเอาผ้าไปซับด้วย ถ้าสังเกตว่าวันฝนตกนั้นจะตกนานก็ได้เวลาเล่นน้ำฝน ผมและบรรดาพี่น้องเป็นคนรองน้ำใส่ตุ่ม ส่วนแม่แกจะง่วนอยู่กับแปลงเผือกและบุกของแก คอยเซาะร่องดินให้น้ำไหลไปแปลงเผือก พ่อนั้นเตรียมเครื่องมือหาปลา มีไฟส่องกบ ฉมวก และอื่นๆ
เสียงฝนในยามเย็นเริ่มซา ถูกแทนที่ด้วยเสียงวิทยุของพ่อ บรรยากาศยามเย็นที่ไม่มีแสงตะวันก็ดูมีเสน่ห์อีกแบบหนึ่ง พ่อนั่งฟังนิยายไปพลาง รื้อของจากกระป๋องนมผงเก่าๆไปพลาง คงจะหาหลอดไฟส่องกบ
กระป๋องนมผงสีฟ้าๆที่พ่อกำลังรื้อของข้างในอยู่นั้น เป็นของเมื่อสมัยผมเกิดเลย ของที่ยังเอื้อประโยชน์ได้ แม้ว่าจะผ่านกาลเวลาไป 8-9 ปีแล้วก็ตาม(ในตอนนั้น) แม่บอกว่ากระป๋องนมเอาไปเจาะรูให้พรุนแล้วใช้เพาะถั่วงอกได้ สงสัยชะตากรรมของเพื่อนกระป๋องของมันคงเป็นแบบนั้น ใบที่รอดมาได้นี้พ่อคงหยิบเอาไว้ใส่พวกขอเบ็ด หลอดไฟฉาย หรือหัวไฟแช็คของแก จึงรอดพ้นจากการถูกตอกตะปูที่ก้น นอกจากกระป๋องแล้ว คงจะมีของบางอย่างข้างในที่อายุคงจะพอๆกับผม อาจเป็นกระดาษมวนยาฉุนที่ไม่เคยแกะใช้ก็เป็นได้
ถ้าอยากขับรถต้องเรียนเสียก่อน ส.สะพานมอญสอนให้ได้ผล เป็นโฆษณาวิทยุที่ดังเวลาข่าวออกอากาศ เพราะมันมาจากกรุงเทพเหมือนกัน ดังจากวิทยุของพ่อ วิทยุทรานซิสเตอร์สีน้ำตาลยี่ห้อธานินทร์ที่ฟังได้แต่เอเอ็ม เป็นที่นิยมกันอย่างทั่วไปในสมัยนั้น ใช้ถ่านไฟฉายก้อนใหญ่ตราห้าแพะ สี่ก้อนก็หิ้วไปฟังกลางทุ่งนาได้ ยามเย็นที่ขึ้นจากดำนามาถอนกล้า ก็ไม่ลืมที่จะหยิบแขวนไว้กับเสาไม้ไผ่กลางแปลงกล้า ฟังไปถอนกล้าไปจะค่ำมืด ถึงจะพากันกลับบ้าน
ตะวันตกดินทีไรก็ชวนให้คิดถึงอดีตเมื่อตอนตัวเองอยู่ ป.2
มีเรื่องในอดีตที่ผมยังจำได้เรื่องหนึ่ง ที่บ้านของผมจะมีโอ่งเล็กๆใบเก่าอยู่ใบหนึ่ง ลักษณะปากกว้างคล้ายอ่างบัว แต่มีทรงเป็นโอ่งมากกว่า สูงขนาดหัวเข่าผู้ใหญ่ แอนทีคและยูนีคว่างั้นเหอะ เลยเป็นที่ต้องตาต้องใจของนักหาของเก่า มีนักเร่ซื้อของเก่าอยู่คนนึง เขาเข้ามาขอซื้อแม่ผม ด้วยวิสัยแล้ว พวกนี้จะซื้อมาถูกและขายไปแพง เขาให้ราคาไม่กี่ร้อย แม่ผมเลยไม่ขายให้
โอ่งใบนี้ใช้ประโยชน์ในการใส่น้ำไว้ตักล้างจาน เพราะเตี้ย นั่งตักยังได้ วันหนึ่ง ผมเดินไปแถวที่โอ่งมันตั้งอยู่จำไม่ได้ว่าไปทำอะไร เกิดลื่นดินแถวนั้น มือเลยคว้าอะไรค้ำไว้เพื่อไม่ให้ล้ม มันคือปากโอ่งนั่นเอง และพอคว้าปุ๊บ โอ่งมันก็ไปตามแรงมือผมปั๊บ ผลก็คือโอ่งแตกและผมก็ล้มไปกองอยู่กับต้นไม้ใกล้ๆกันนั้น น่าเสียดาย
บางทีการนั่งคิดถึงเรื่องอดีตมันก็มีความสุขดี ถ้าเกิดผมมีครอบครัวแล้วมีลูก ถ้าแม่เขาอยากเลี้ยงนมวัว ลูกของผมจะกินนมยี่ห้อเดียวกับที่ผมเคยกินรึเปล่านะ
ท่านก็ชอบเก็บอะไรส่วนตัวจุ๊กจิ๊กไว้ในกระป๋อง นมบ้าง โอวัลตินบ้าง...
เหนื่อยมากๆกับชีวิตในเมืองกรุง
ทำไมคนในนี้ใจไม่กว้างเหมือนเมืองที่อยู่เลยล่ะคะ
เหนื่อยคะ เหนื่อยทั้งกายทั้งใจเลย
#1 By ด.ญ.วิทชี่ on 2007-07-06 13:23