กินของขม

posted on 13 Jun 2007 16:25 by devata in Rural
กินของขม ชมเด็กสาว เล่าเรื่องในอดีต เป็นคำที่บ่งบอกถึงความเป็นคนแก่ได้เป็นอย่างดี แต่ตัวผมเองเพิ่งจะอยู่มาได้ครบสองรอบเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ก็ไม่น่าจะต้องเข้าข่ายประโยคข้างต้น ถึงแม้ของขมก็กินได้ ชมเด็กสาวก็มีบ้าง และเล่าเรื่องในอดีตก็ชอบอยู่เหมือนกัน

ชีวิตประจำวันที่อาหารการกินจะมีน้ำพริกเสียเป็นส่วนใหญ่ จะหลีกเลี่ยงไม่กินผักก็ไม่ค่อยได้ สำหรับพวกคนแก่เขาจะสรรหาผักที่รสชาติสุดแสนจะทรมานลิ้นมาให้กินได้เสมอ เย็นของวันที่ผ่านมาเช่นกัน แม่ได้ฝักเพกาจากไหนก็ไม่รู้ 2-3 ฝัก เลยจัดแจงให้ผมช่วยขูดมะพร้าวทำน้ำพริกให้

น้ำพริกแถวบ้านผมเขาเคี่ยวกับกะทิ มีหอม กระเทียม ตะไคร้ พริกแห้ง กระชาย โขลกละเอียด ใส่ลงในหม้อกะทิที่ตั้งเคียวจนแตกมันเล็กน้อย แล้วตามด้วยปลาทูนิ่งโขลกไว้ รอให้สุก (จริงๆปลาทูนิ่งมันผ่านการต้มจนสุกมาแล้ว) ปรุงรสด้วยน้ำปลา จากนั้นใส่มะเขือพวง พริกชี้ฟ้าแดง ใบมะกรูด หน้าตามันออกเขียวๆเพราะตะไคร้ มีอยู่สองอย่างที่อาหารชนิดนี้เหมือนกันกับหลน อย่างแรกคือมันใช้กะทิเป็นส่วนประกอบ อย่างที่สองมันต้องมีผักเป็นเครื่องเคียง นอกนั้นหาความใกล้เคียงกันไม่ได้

จริงๆแล้วผมชอบที่จะเอามาปลาทูนึ่งมาย่างไฟและโขลก กินเสียมากกว่า เพราะมันไม่ยุ่งยากมากนัก

ไฟจากเตาถ่านยังอยู่ ก็จัดการกับเจ้าผักหน้าตาคล้ายมีดพร้าชื่อว่าเพกา ฝักเพกาที่ได้มาก็มีวิธีพิสดารในการกินอยู่เหมือนกัน เริ่มด้วยการเอาไปลนไฟพอเปลือกไหม้พองและลอกออก จึงเอามาขูดลอกกับมือ(ช้อน)อีกครั้งและหั่นตามขวางขนาดประมาณนิ้วก้อย และแช่น้ำเกลือไว้สักพักจึงกินได้ รสชาติของมัน อย่างที่เกริ่นๆไว้ ขมครับ ส่วนดอกของมันก็กินเป็นผักได้ แต่ผมเองไม่เคยกิน จึงไม่รู้ว่ามันขมเหมือนกับผลรึเปล่า

ในเรื่องของผักที่มีความขมเป็นปกติ หมายถึงปกติคนจะกินเอาความขมของมัน เพกาอยู่ในอันดับที่ไม่อาจจะเทียบเคียงกับมะระและสะเดาได้ ในความคิดเห็นส่วนตัวของผม สะเดานั้นขมกว่าแต่ก็มีรสชาติดีกว่า อาจเป็นเพราะว่ามันผ่านการลวกกระมัง ความเหม็นเขียวของมันจึงไม่มากเท่ากับมะระที่กินกันสดๆ มะระในที่นี้ผมหมายถึงมะระขี้นก ที่กินทั้งยอดและผลอ่อน ส่วนมะระจีนที่ใช้ทำแกงจืดนั้น ผ่านการปรุงจนเหลือความขมไว้น้อยนิด (จริงๆแล้วมันก็เหลือมากพอที่จะทำให้ผมตัดสินใจไม่ซื้อแกงจืดมะระเป็นกับข้าวเย็น เวลาที่แม่วานให้ผมไปซื้อ)

ในเรื่องความขมที่ไม่เป็นปกติ ผักที่พอจะยกตัวอย่างได้มีดอกแคเป็นอาทิ ดอกแคก่อนจะกินก็ต้องนำไปลวกน้ำร้อนเสียก่อน แต่ก่อนหน้านั้นเขาต้องเด็ดส่วนที่ขมออกก่อน ไม่แน่ใจว่านั่นคือก้านชูอับละอองเรณูรึเปล่า ถ้าไม่ใช่ก็คงเป็นส่วนของดอกที่อยู่บริเวณเดียวกันนั้น ซึ่งเป็นส่วนที่ขมมาก ถ้าเผลอลืมเด็ดทิ้ง กินเข้าไปแล้วอาการอยากข้าวอาจหายไปได้ง่ายๆ

บรรดาสมาชิกของครอบครัวที่ไม่ชอบผักที่กินยากๆ แตงกวากับถั่วฝักยาวถูกเลือกเพื่อการนั้น มันถูกตุนไว้ในตู้เย็นอยู่เสมอ เหมือนกับว่ามันไม่เคยหมดไปจากตู้เย็นเลย มีบ้างที่ช่วงถั่วฝักยาวแพง อาจเหลือไว้แค่แตงกวา

แม้ว่าแตงกวาจะกินง่าย แต่ใช่ว่ามันจะไม่มีทีเด็ดอะไรเลย แตงกวาบางลูกนั้นจะมีความแปลกจากธรรมดาที่ว่า หัวของมันจะมีรสขม ซึ่งเรียกได้ว่าขมกว่าผักใดๆในสากลโลก ถ้าใครได้ลิ้มลองรสชาติของมันแล้วจะรู้สึกหวาดผวาในการกินแตงกวาครั้งต่อไปก็คงไม่แปลกนัก เช่นเดียวกับผมเองที่เจอมาแล้ว และแน่นอนมันคงจะรั้งอันดับหนึ่งในเรื่องความขมไปอีกนาน

 

Comment

Comment:

Tweet

เอ๊ะ แปลกจัง ตัวอักษรญี่ปุ่นไม่ขึ้นรึ ลองใหม่ ๆ
旅立ち

#6 By บัส on 2007-06-25 00:29

อืม ชีวิตก็ขมพอแล้ว หาของขมอีกดูจะยิ่งซ้ำเติมชอบกล (หัวเราะ)
แต่เราว่า ที่เราชอบรสหวาน ก็เพราะมีรสขมอยู่ล่ะเนอะ...
อืม avatar รูปคุ้น ๆ แฮะ สงสัยจะที่มาเดียวกัน (ฮา)
มาตอบที่ถามไว้นะครับ
Tabidachi (旅立ち)
ประกอบขึ้นจาก
旅 (ทะบิ๊) ที่แปลว่าเดินทาง
立ち(ทะจิ๊) ที่แปลว่ายืน
รวมกันจึงหมายถึง การเริ่มต้นเดินทาง ครับผม

#5 By บัส on 2007-06-25 00:28

ผมชอบสะเดาน้ำปลาหวานกินกับปลาดุก
อืม...ชอบชมเด็กสาวด้วยครับ

#4 By วัชระ on 2007-06-14 14:36

บอระเพ็ดรู้สึกจะไม่เคยกินนะขะรับ

#3 By देवता on 2007-06-14 13:15

บอระเพ็ดสิครับ

#2 By นายฉิม on 2007-06-14 08:08

เจอพวกเดียวกัน รู้สึกหวาดผวา ในการกินแตงกวา ไม่รู้ทำไม

ชอบสำนวนการเขียนค่ะ