ชีวิตประจำวันที่อาหารการกินจะมีน้ำพริกเสียเป็นส่วนใหญ่ จะหลีกเลี่ยงไม่กินผักก็ไม่ค่อยได้ สำหรับพวกคนแก่เขาจะสรรหาผักที่รสชาติสุดแสนจะทรมานลิ้นมาให้กินได้เสมอ เย็นของวันที่ผ่านมาเช่นกัน แม่ได้ฝักเพกาจากไหนก็ไม่รู้ 2-3 ฝัก เลยจัดแจงให้ผมช่วยขูดมะพร้าวทำน้ำพริกให้
น้ำพริกแถวบ้านผมเขาเคี่ยวกับกะทิ มีหอม กระเทียม ตะไคร้ พริกแห้ง กระชาย โขลกละเอียด ใส่ลงในหม้อกะทิที่ตั้งเคียวจนแตกมันเล็กน้อย แล้วตามด้วยปลาทูนิ่งโขลกไว้ รอให้สุก (จริงๆปลาทูนิ่งมันผ่านการต้มจนสุกมาแล้ว) ปรุงรสด้วยน้ำปลา จากนั้นใส่มะเขือพวง พริกชี้ฟ้าแดง ใบมะกรูด หน้าตามันออกเขียวๆเพราะตะไคร้ มีอยู่สองอย่างที่อาหารชนิดนี้เหมือนกันกับหลน อย่างแรกคือมันใช้กะทิเป็นส่วนประกอบ อย่างที่สองมันต้องมีผักเป็นเครื่องเคียง นอกนั้นหาความใกล้เคียงกันไม่ได้
จริงๆแล้วผมชอบที่จะเอามาปลาทูนึ่งมาย่างไฟและโขลก กินเสียมากกว่า เพราะมันไม่ยุ่งยากมากนัก
ไฟจากเตาถ่านยังอยู่ ก็จัดการกับเจ้าผักหน้าตาคล้ายมีดพร้าชื่อว่าเพกา ฝักเพกาที่ได้มาก็มีวิธีพิสดารในการกินอยู่เหมือนกัน เริ่มด้วยการเอาไปลนไฟพอเปลือกไหม้พองและลอกออก จึงเอามาขูดลอกกับมือ(ช้อน)อีกครั้งและหั่นตามขวางขนาดประมาณนิ้วก้อย และแช่น้ำเกลือไว้สักพักจึงกินได้ รสชาติของมัน อย่างที่เกริ่นๆไว้ ขมครับ ส่วนดอกของมันก็กินเป็นผักได้ แต่ผมเองไม่เคยกิน จึงไม่รู้ว่ามันขมเหมือนกับผลรึเปล่า
ในเรื่องของผักที่มีความขมเป็นปกติ หมายถึงปกติคนจะกินเอาความขมของมัน เพกาอยู่ในอันดับที่ไม่อาจจะเทียบเคียงกับมะระและสะเดาได้ ในความคิดเห็นส่วนตัวของผม สะเดานั้นขมกว่าแต่ก็มีรสชาติดีกว่า อาจเป็นเพราะว่ามันผ่านการลวกกระมัง ความเหม็นเขียวของมันจึงไม่มากเท่ากับมะระที่กินกันสดๆ มะระในที่นี้ผมหมายถึงมะระขี้นก ที่กินทั้งยอดและผลอ่อน ส่วนมะระจีนที่ใช้ทำแกงจืดนั้น ผ่านการปรุงจนเหลือความขมไว้น้อยนิด (จริงๆแล้วมันก็เหลือมากพอที่จะทำให้ผมตัดสินใจไม่ซื้อแกงจืดมะระเป็นกับข้าวเย็น เวลาที่แม่วานให้ผมไปซื้อ)
ในเรื่องความขมที่ไม่เป็นปกติ ผักที่พอจะยกตัวอย่างได้มีดอกแคเป็นอาทิ ดอกแคก่อนจะกินก็ต้องนำไปลวกน้ำร้อนเสียก่อน แต่ก่อนหน้านั้นเขาต้องเด็ดส่วนที่ขมออกก่อน ไม่แน่ใจว่านั่นคือก้านชูอับละอองเรณูรึเปล่า ถ้าไม่ใช่ก็คงเป็นส่วนของดอกที่อยู่บริเวณเดียวกันนั้น ซึ่งเป็นส่วนที่ขมมาก ถ้าเผลอลืมเด็ดทิ้ง กินเข้าไปแล้วอาการอยากข้าวอาจหายไปได้ง่ายๆ
บรรดาสมาชิกของครอบครัวที่ไม่ชอบผักที่กินยากๆ แตงกวากับถั่วฝักยาวถูกเลือกเพื่อการนั้น มันถูกตุนไว้ในตู้เย็นอยู่เสมอ เหมือนกับว่ามันไม่เคยหมดไปจากตู้เย็นเลย มีบ้างที่ช่วงถั่วฝักยาวแพง อาจเหลือไว้แค่แตงกวา
แม้ว่าแตงกวาจะกินง่าย แต่ใช่ว่ามันจะไม่มีทีเด็ดอะไรเลย แตงกวาบางลูกนั้นจะมีความแปลกจากธรรมดาที่ว่า หัวของมันจะมีรสขม ซึ่งเรียกได้ว่าขมกว่าผักใดๆในสากลโลก ถ้าใครได้ลิ้มลองรสชาติของมันแล้วจะรู้สึกหวาดผวาในการกินแตงกวาครั้งต่อไปก็คงไม่แปลกนัก เช่นเดียวกับผมเองที่เจอมาแล้ว และแน่นอนมันคงจะรั้งอันดับหนึ่งในเรื่องความขมไปอีกนาน
ชอบสำนวนการเขียนค่ะ
#1 By 丽丽 ~ ชิงช้าโบราณ on 2007-06-13 18:02